วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี- คนละนิดคนละหน่อย คนไม้คนละมือ กลุ่มอาสามูลนิธิ ร่วมกตัญญู น้ำใจงามหลังทราบลูกข่ายตัวเองบ้านทรุดโทรมหลังคารั่วแทบไม่เป็นบ้าน อยู่กันสองผัวเมียและหลาน ซึ่งผัวเมียก็เป็นอาสาช่วยสังคมมาตลอด ไม่เคยล่าช้าในการทำงาน ขณะความเป็นอยู่ของครอบครัวลำบากไม่เคยเอ่ย หน้าชื่นอกตม จนกลุ่มเพื่อนทราบรวมน้ำใจช่วยสร้างบ้านให้

 ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร สระบุรี 


วันที่ 21 ส.ค.67  ผู้สื่อข่าวได้ทราบว่ามี กลุ่มเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญ พื้นที่ อ.วิหารแดง จ. สระบุรี   โดยกลุ่มเพื่อน อาสาได้กำลังช่วยกันต่อเติมสร้างบ้านของอาสาพวกตนเองที่ทรุดโทรมมานาน กันอย่างภาคภูมิใจและไม่เหน็ดเหนื่อย  ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 47/ 2 ม. 6 ต. เจริญธรรม อ.วิหารแดง จ. สระบุรี   พบ กลุ่มอาสาสมัครร่วมกตัญญู ร่วม 10 นาย  ที่กำลังช่วยกันต่อเติมสร้างบ้านใหม่ ที่ไม้มุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ ฝาผนังข้างบ้านปิดด้วยแสลมสีเขียวรอบด้าน  โดยหลังคาบ้านนั้นรั่วเป็นรูยากที่จะกันฝนได้ มีห้องน้ำแต่ไม่มีฝากั้น ต้องใช้ผ้าใบล้อม  โดยเฉพาะโถส้วม  ก็นั่งปลดทุกข์ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีโรคเกี่ยวกับข้อกระดูก ต้องใช้วิธีเอาโต๊ะมาตัดกลางแล้วนั่งถ่าย เพื่อนฝูงจึงได้นำโถส้วมอย่างดีมาให้ เพื่อให้เจ้าของบ้านนั้งปลดทุกข์ได้อย่างสบาย 



ซึ่งมองดูบ้านไม่น่าเป็นบ้านเป็นเพลิงหมาแหงนหลังหนึ่งก็ว่าได้ เป็นที่พักอาศัยนอนไปวันๆ ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ก็คือ นาย  ประเสริฐ ทองอ่อน  อายุ 54ปี และ นาง  สมศรี  วรสิทธิ์ อายุ 54ปี 2สามีภรรยา ซึ่งทั้งคู่นั้นเป็นอาสาสมัครร่วมกตัญญูประจำที่ อ.วิหารแดง สระบุรี  โดยต่างช่วยกันต่อเติมสร้างบ้านอย่างสนุกสนาน ไม่เหน็ดเหนื่อยในภาพของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน



นาย วัชราพล รวมพล หัวหน้ามูลนิธิกตัญญูวิหารแดง เล่าว่า วันนี้เรารวมตัวกันมาสร้างบ้านให้กับประชาชน ซึ่งน้องเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิหนึ่ง มีความลำบาก ร่างกายป่วยเป็นหลายโรค แต่เขาไม่ได้ร้องขอ พวกเราเข้ามาแล้วพบเห็นว่า การเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก จะเรียกเป็นบ้านหรือเพลิงพักอาศัยก็ว่าได้ การอยู่การกินลำบากมาก ตนก็เลยตัดสินใจ ชวนเพื่อนๆมาสร้างบ้านใหม่ พร้อมบอกเขาว่า ขอสร้างเท่าที่เราจะช่วยได้ วันนี้จึงได้นำทีมงานที่เป็นช่าง พร้อมอุปกรณ์ มาช่วยกันสร้าง เป็นบ้านชั้นเดียว ขนาด 8x6 เมตร มีห้องน้ำ ทำชักโครกใหม่อย่างดี เพื่อให้การเป็นอยู่ที่ดี ถูกสุขลักษณะที่ดี ตนก็รู้สึกดีใจ ที่วันนี้เป็นวันดี ได้รวมพลมาช่วยกันสร้าง ส่วนลูกข่ายเป็นคนที่นิสัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น 



ตนร้องขอไปไม่ว่าจะเป็นที่ใด เขาก็ไม่ปฏิเสธ ไปช่วยเหลือชาวบ้านทุกเคส ไม่ว่าจะช่วยสร้างบ้านให้กับผู้ป่วย ช่วยเหลือน้ำท่วมหรือการจราจรทั่วไป แต่ไม่เคยบอกว่าตัวเองมาความเดือดร้อนและลำบาก พอตนมาพบเห็นว่าเขาลำบาก ก็รู้สึกอยากช่วยเขาบ้าง ซึ่งเป็นเวลานาน 10กว่าปีแล้ว ที่เขาไม่ได้บอกว่าลำบาก   ส่วนเรื่องอุปกรณ์ตนขอขอบคุณกัลยานิมิต ได้ช่วยสนับสนุนปูนคอนกรีตเทพื้น พร้อมมอบปูน อิฐมวลเบา เหล็ก ให้กับพวกเรา  ส่วนอย่างอื่นเราก็ระดมช่วยกันหาในกลุ่มพี่น้องสายบุญ ในวันนี้เราจะสร้างให้ได้มากที่สุด และจะสร้างให้เสร็จ
เป็นหนึ่งหลังและทาสีให้พร้อมเข้าอยู่เลย  


ทางด้าน น.ส.สมศรี วรสิทธิ์ อายุ 54 ปี และ นาย ประเสริฐ ทองอ่อน อายุ 54 ปี เล่าให้ฟังว่า สภาพของตนทรุดโทรมมาก แต่ไม่เคยมีใครรับรู้ เราเป็นอาสากู้ภัยร่วมกตัญญูมาเกือบ 10 ปี ไม่เคยบอก ไม่เคยร้องขอกับหัวหน้าและลูกพี่ ซึ่งพอดีมีหัวหน้าชุดเขาเข้ามาเห็น เขาก็บอกว่า คนอื่นยังทำให้ได้ ทำไมบ้านลูกน้องจะทำให้ไม่ได้ เขาจึงได้รวมพลเฉพาะกลุ่มของเรามาช่วยกัน ตนเองไม่เคยบอกใครเลย ถ้ามีงานทำก็ไป แต่ถ้าไม่มีก็อดอยู่แบบนี้  ครอบครัวตนเองมีโรคประจำตัวกันหมด ตนนั้นเป็นโรคหมอนรองกระดูกไขสันหลังทับเส้นประสาม เคยผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง และกระดูกต้นคอไม่ดี เสื่อมสภาพ หมอต้องผ่าตัดอีก ต้องใส่กระดูกเทียมถึง 5 ข้อ ข้อละ 1 หมื่นบาท แล้วจะต้องไปผ่าตัดที่กรุงเทพ แต่ตนไม่มีเงิน ก็เลยไม่ได้ไป รักษาตามอาการเอา ส่วนแฟนเป็นโรคธารัสซีเมีย และหลานชายเป็นโรคภูมิแพ้ และโรคต่อมอะตินอยโต  เคยไปผ่าตัดมาแล้ว  



ส่วนหลังคาบ้านตน คลุมอะไรไม่ได้เลย ถ้าฝนตกทีก็ทั้งสาดทั้งรั่ว เวลาฝนตกก็ใช้ผ้ายางขึงคลุมเอา ตรงไหนรั่วก็หาอะไรไปรอง ตนเองไม่เคยเสียใจและท้อกับการลำบากเลย เพราะตั้งใจคิดว่าต้องช่วยคนอื่นก่อน ซึ่งเรามุ่งมั่นว่าเรารักงานตรงนี้ ต้องไปช่วยตรงนี้ก่อน โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น แล้วก็ไม่มีเงินเดือนด้วย คอยทำงานรับจ้างทั่วไป ส่วนภาพห้องน้ำ เป็นโถส้วมนั่งยองๆธรรมดา แต่พอผ่าตัดมาเราก็ใช้เป็นเก้าอี้ดัดแปลง ตัดเป็นบล็อก 4 เหลี่ยม ทำเป็นชักโครกแทน  หนำซ้ำห้องน้ำยังใช้ผ้าใบกั้นไว้เฉยๆ ยังไม่ได้ทำประตู เวลาจะเข้าก็บอกแค่ว่า เข้าห้องน้ำ ก็จะไม่มีใครเดินไป 


ตนเองดีใจมาก ตื้นตันจนน้ำตาไหล พูดอะไรไม่ออกเลย  อยากขอบคุณหัวหน้าชุดและอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูทุกคนที่มีจิตใจเมตตาต่อครอบครัวตน ขอบคุณหลายๆเลย ที่มีความเมตตามาช่วยทำบ้านที่อยู่อาศัยให้ดีกว่านี้ ถึงจะไม่ได้เท่าที่ควร แต่ก็ขอให้อยู่ได้ ขอให้กันแดดกันฝนได้ก็พอแล้ว  พวกเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ยังมาช่วยเราไม่ลำบาก ในเรื่องเวลาการกินอยู่ เวลาเข้าห้องน้ำ และเวลาฝนตกฟ้าร้อง ก็จะได้ไม่มีฝนรั่ว ฝนสาด ส่วนที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา เขาให้อยู่ได้ แต่ห้ามซื้อขาย ตนเองดีใจมากที่เขาให้อยู่ฟรี 































วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี ;โรงเรียนหรเทพ (รุ่งเรืองประชาสามัคคี) จัดโครงการสืบสานประเพณีไหว้ครู และครอบครูดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย

 ภาพ-ข่าว: จันทร์เพ็ญ พิมมะศร สระบุรี


  เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 เวลา 08.30 น. ณ อาคารเอนกประสงค์โรงเรียนหรเทพ(รุ่งเรืองประชาสามัคคี) สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี นายสัญญา บุญ-หลง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี มอบหมายให้ นางสาวนิภา ประชีพฉาย  ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดโครงการสืบสานประเพณีไหว้ครูและครอบครูดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย โดยมีนายรัศมิ์ธศิลป์  มูลสาร ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบจ.สระบุรี นางณัฐสินี  หลักวิโรจน์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ให้การต้อนรับ



การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายสุนทร ขาวอุไร ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี และคณะผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน หน่วยงานต่างๆ ได้แก่โรงเรียนอนุบาลสระบุรี , โรงเรียนหนองแซงวิทยา, โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค สระบุรี โรงเรียนบ้านครัว(ซิเมนต์ไทยสงเคราะห์) เข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก  โครงการสืบสานประเพณีไหว้ครูและครอบครูดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทยถือเป็นประเพณีการไหว้ครูมีมาแต่โบราณซึ่งนักดนตรีไทยเชื่อว่าเครื่องดนตรีไทยทุกประเภทมีครูประจำอยู่ในเครื่องดนตรีเพื่อช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชาด้วยกันทั้งสิ้นการแสดงความเคารพนับถือของศิษย์ที่มีต่อครูล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความกตัญญูกตเวที



ซึ่งคนไทยเป็นคนที่มีความกตัญญูอย่างแรงกล้าและได้รับการอบรมต่อๆกันมา ให้เป็นผู้มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณก่อนที่จะกระทำกิจการใดๆ ก็ต้องได้รับคำแนะนำจากครู   ในการศึกษาศิลปะวิทยาการ สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงพระคุณของครูดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย 



 เปิดโอกาสให้นักเรียนครูและบุคลากรแขกผู้มีเกียรติ ประชาชนที่มี ความสนใจที่จะเรียนรู้ฝึกหัดดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยได้เข้าร่วมพิธีไหว้ครูตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ได้ปฏิบัติ และเพื่อให้โรงเรียนหรเทพ(รุ่งเรืองประชาสามัคคี) เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ของดนตรีไทยในอำเภอบ้านหมอต่อไป



















วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี - แถลงข่าวงานประเพณีแข่งขันเรือยาวจังหวัดสระบุรี ประจำปี ๒๕๖7

 ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร ช่อง 5 สระบุรี 


    วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม ๒๕๖7 เวลา 14.00 น. นายวิชัย  บุญมี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีพร้อมด้วย นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี นายกสิเดช จารุเพ็ง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ  คำยอด นายอำเภอเสาไห้ และ นายวิจักขณ์ โพธิ์ใบ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี แถลงข่าวการจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ประจำปี 2567 ณ ณ หน้าศูนย์อาหาร ศูนย์การค้าโรบินสันสระบุรี จังหวัดสระบุรี โดยมีแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนทุกแขนง เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้



นายวิชัย  บุญมี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทย “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ สร้างฐานเศรษฐกิจของสังคมแห่งอนาคต และเป็นจุดสำคัญ ในการพัฒนาการท่องเที่ยว และการบริหาร ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับซึ่งมีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัดสระบุรี ด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวในแหล่งอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนและการท่องเที่ยวในแหล่งอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าประสงค์ มูลค่าการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเพิ่มขึ้น  โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในระยะใกล้จังหวัดสระบุรี จังหวัดสระบุรีได้เล็งเห็นความสำคัญของการแข่งขันเรือยาวประเพณี ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมทางสายน้ำที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ เรือและผู้คน บนพื้นฐานความสามัคคีพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชุมชน จึงได้เปลี่ยนจากการแข่งขันเรือยาวของอำเภอเสาไห้ เป็นการแข่งขันเรือยาวของจังหวัดสระบุรี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีพระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีของจังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน  




นายธนกฤต อัตถะสัมปุณณะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ได้เล็งเห็นความสำคัญของประเพณีการแข่งขันเรือยาว จึงได้กำหนดให้การแข่งขันเรือยาวเป็นประเพณีของจังหวัดสระบุรี และได้จัดการแข่งขันเรือยาวติดต่อกันมาทุกปี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลสำหรับการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสระบุรี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 เป็นต้นมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ได้จัดงานประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดสระบุรีโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีการแข่งขันเรือยาวให้คงอยู่ต่อไป
2. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับจังหวัดสระบุรี




การแข่งขันนี้ ในปีนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี ได้จัดสรรงบประมาณในการจัดงาน จำนวน 1,900,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานประเพณีฯ เช่น ค่าเงินรางวัล จำนวน 470,000บาท  ค่าใช้จ่ายในการจัดแถลงข่าว และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการจัดงาน เป็นต้น เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีการแข่งขันเรือยาวให้คงอยู่ต่อไป และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับจังหวัดสระบุรี




นายกสิเดช จารุเพ็ง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จังหวัดสระบุรีอุดมไปด้วยทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย สามารถจัดกิจกรรมทางการท่องเที่ยวได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  เรามีอุทยานแห่งชาติ มีภูเขา น้ำตก ลำธารต่าง ๆ  การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น สวนเกษตรต่าง ๆ สวนผลไม้ สวนดอกไม้ ไร่องุ่น  ฟาร์มโคนม ฯลฯ การท่องเที่ยวในความน่าสนใจพิเศษ เช่น การท่องเที่ยวเชิงทัศนศึกษา การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวแบบผจญภัยต่าง ๆ การท่องเที่ยวชุมชน การเที่ยวชมวิถีชีวิตในชนบท ในหมู่บ้าน ดูผลงานสร้างสรรค์และภูมิปัญญา ตลอดจนเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชนจังหวัดสระบุรี ได้มองเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้เกี่ยวข้องจากอาชีพต่าง ๆ สามารถกระจายไปสู่ชุมชนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนมาก จึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในจังหวัดสระบุรีมากขึ้น ชาวสระบุรีก็จะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจังหวัดสระบุรีมีต้นทุนอยู่เป็นจำนวนมาก เรามีพระพุทธบาท ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และมีวัดที่สำคัญ ๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีคุณค่าทางจิตใจและมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันในช่วงการจัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสระบุรีนี้




ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ  คำยอด นายอำเภอเสาไห้ กล่าวว่า อำเภอเสาไห้ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีดำเนินการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสระบุรี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 เป็นครั้งที่ 28 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล แก่เรือยาวที่ชนะเลิศ จำนวน  3  ประเภท ได้แก่ 1. รางวัลชนะเลิศประเภทเรือยาวใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย  2. รางวัลชนะเลิศประเภทเรือยาวกลาง ไม่เกิน 40 ฝีพาย  3. รางวัลชนะเลิศประเภทเรือยาวเล็ก ไม่เกิน 30 ฝีพาย 



 สำหรับปีนี้กำหนดจัดงาน ในวันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2567  ณ ศูนย์การแข่งขันเรือยาวประเพณี หน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี และถ่ายทอดสด ทางช่อง ททบ.5 เอชดี ตลอดการแข่งขัน ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และของดีอำเภอเสาไห้ให้ทุกท่านได้ชิม และเลือกซื้อเป็นของฝากก่อนกลับบ้าน


นายวิจักขณ์ โพธิ์ใบ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ปีนี้เรือที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเรือยาวประเพณีจังหวัดสระบุรี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทเรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย จำนวน 6 ลำประเภทเรือยาวกลาง 40 ฝีพาย จำนวน 6 ลำ และ ประเภทเรือยาวเล็ก 30 ฝีพาย จำนวน 10 ลำ



วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี ; นายอำเภอบ้านหมอประธานเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา

 ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร สระบุรี 


   วันที่ 2 สิงหาคม 2567 นายประพล อิสโร ประมงจังหวัดสระบุรี มอบหมายให้นายอรรถพล พฤกษวานิช หน.กลุ่มบริหาจัดการด้านการประมง พร้อมด้วยนางสุภาวดี จิตต์หมั่น ปมอ.หนองโดน น.ส.ฐานภัทร สุวลักษณ์  ปมอ.หนองแค นายสุชาติ เดชแดง ปมอ.แก่งคอย นายสัญชัย คชประดิษฐ์ ปมอ.บ้านหมอ นายธีระ นิจศรีวงศ์ จพง.ประมงปฏิบัติงาน นายนราธิป ศรีบุตรโครต จนท.ประมง และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสระบุรี



ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ณ.บึงหนองหลวง ม.4 ต.บ้านครัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี


   โดยมีนายสุรเดช สร้อยอุทา นายอำเภอบ้านหมอ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากอำเภอบ้านหมอ, เทศบาลตำบลท่าลาน, หัวหน้าส่วนราชการอำเภอบ้านหมอ, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ,ทีมแม่บ้านตำบลบ้านครัว คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านครัว(ซีเมนต์ไทยสงคราะห์) ประชาชน และสมาชิกองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นบึงหนองหลวง ร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียง และสำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอขอบพระคุณทุกหน่วยมา ณ  โอกาสนี้
























สระบุรีบูม! ผนึกกำลังจัด "TMS KIDS 2025" ดันมวกเหล็กสู่ฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬาสุดฮิตสำหรับครอบครัว

 ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร สระบุรี 080-008-9625 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568  ถือเป็นมิติใหม่ของวงการวิ่งเทรลเยาวชน เมื่อ Trail Masters Serie...