วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี แถลงข่าว หนึ่งเดียวในโลกมหัศจรรย์ข้าวต้มลูกโยน(ข้าวต้มหาง)ตักบาตรเทโว รับเสด็จพระพุทธเจ้า จำพรรษาในเทวโลก ชั้นดาวดึง พบขบวนแห่ยิ่งใหญ่ ชาติพันธุ์นางรำกว่าพันชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่นแห่งสระบุรี ประจำปี 2567

  ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร ผู้สื่อข่าวททบ.5 เสียงมหาชนออนไลน์ สระบุรี 080-008-9625


วันที่ 15 ตุลาคม 25567 ที่วัดพระพุทธฉาย ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี นาย ดุรงค์ฤทธิ์ ศิริวัฒนพันธ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พระมหาสินชัย ธัมมะโชโตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย นาง วรรณทิตย์ กิจดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษรักษาราชการแทนวัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี นายธนกฤต อัตถสัมปุณนะรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีและนาย อรรถการณ์ กิจถวิล นายอำเภอเมืองสระบุรีร่วมแถลงข่าว จัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะมหัศจรรย์ข้าวต้มลูกโยน(ข้าวต้มหาง)หนึ่งเดียวในโลก จำลองเหตุการณ์ ตักบาตรเทโว รอรับเสด็จพระพุทธเจ้าในการลงมาจากการจำพรรษาในเทวโลก ชั้นดาวดึงส์ เป็นประเพณีเก่าแก่ในอดีต "ข้าวต้มลูกโยน"หรือ" ข้าวต้มหาง"ที่ทำมาจากข้าวเหนียวผัดกับกะทิและถั่วดำ ห่อด้วยใบเตยหรือใบมะพร้าวให้มีใบเหลืองไว้เป็นหางยาว ใส่ลงไปในบาตรของพระสงฆ์มากกว่า100 รูป



ที่เดินต่อแถวเรียงรายลงมาจากบันไดสวรรค์ชาวบ้านมีความเชื่อกันว่าการตักบาตรข้าวต้มลูกโยนนี้จะเป็นการรอรับเสด็จพระพุทธเจ้าในการลงมาจากจำพรรษาในเทวโลกชั้นดาวดึงส์พร้อมด้วยเหล่านางฟ้านางสวรรค์และเทวดาประชาชนมากมายจึงปรารถนาที่จะใส่บาตรพระพุทธองค์ด้วยอาหารต่างๆบางคนที่อยู่ไม่ถึงต้องใช้วิธีโยนอาหารใส่บาตรกลายเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนทำสืบต่อกันมามากกว่า 10 ปี นาย ดุรงธ์ฤทธิ์ ศิริวัฒนาพันธุ์ รองผู้ว่าสระบุรีกล่าวว่า  งานนี้กำหนดจัดในวันที่ 17-19 ตุลาคม 2567 ณ วัดพระพุทธฉาย การจัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่คู่จังหวัดสระบุรี และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสืบสานวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณกาล โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ที่สำคัญเป็นการส่งเสริมการทองเที่ยวของจังหวัดตามนโยบายของนายบัญชา  เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ที่ผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวในทุกด้านเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้



   พระมหาสินชัย ธัมมะโชโต กล่าวว่า งานนี้ต้องการปลูกฝังความรัก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นแบบอย่างที่พระองค์เสด็จจำพรรษาในเทวโลกชั้นดาวดึงส์ แสดงพระอภิธรรมปิฎก เพื่อตอบแทนคุณของพุทธมารดา ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าทรงพระชนมายุอยู่นั้น ทรงเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และกลับมายังมนุษย์โลกที่เมืองสังกัสคีรี ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ประชาชนต่างมารอเฝ้ารับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันนั้น ได้กล่าวว่าเป็นวันเปิดโลก ทำให้โลกมนุษย์ สวรรค์และนรกต่างเห็นกันและกันประชาชนที่มาจำนวนมากที่มาเฝ้ารอเสด็จต่าง ปรารถนาใส่บาตรพระพุทธองค์ โดยประชาชนที่อยู่ห่างออกไปไม่สามารถจะใส่บาตรได้ถึง จึงใช้วิธีการโยนอาหารของตนลงในบาตรของพระพุทธเจ้า และพระสาวก โดยอาหารเหล่านั้นตกลงในบาตรเป็นที่อัศจรรย์



 นางวรรณทิตย์ กิจดี ผู้วัฒนธรรมจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ไฮไลต์ภายในงาน ทุกท่านจะได้ชมขบวนแห่ข้าวต้มลูกโยน และขบวนการแสดงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม และชมกรรำวงในบทเพลงรำวงสระบุรีที่ใช้คนมากที่สุด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การตักบาตรข้ามต้มลูกโยนซึ่งมีการจำลองการเสด็จลงมาจากสวรรค์ขององค์สัมมาสัมมาพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากชั้นดาวดึงส์เพื่อลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อโปรดสัตว์ และมนุษย์โลกโดยมีนางฟ้า นางสวรรค์ เทวดาเสด็จร่วมขบวน โดยในระหว่างขบวนแห่มีชาวบ้านรอใส่บาตรด้วยข้าวต้มลูกโยน ข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้แก่พระภิกษุ สามเณร ข้าวต้มลูกโยนนั้น วิธีการทำอาจคล้ายคลึงกัน แต่การใช้ใบไม้มีหลายชนิดที่นำมาห่อ ส่วนใหญ่จะใช้ใบเตยซึ่งเมื่อนำไปนึ่งก็จะมีกลิ่นหอม และเมื่อสุกแล้วแกะออกจะมีลักษณะคล้ายหยดน้ำ ทำให้น่ารับประทาน และสามารถเก็บได้นานกว่า 3 วัน ในอุณหภูมิปกติ อีกทั้งการทำข้าวต้มลูกโยนยังถ่ายทอดความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจในการรักษาประเพณีของชุมชน การทำข้าวต้มลูกโยนหรือข้าวต้มหาง จะนิยมทำขึ้นในวันออกพรรษาประเพณีนี้ชาวบ้านปฏิบัติสืบสานมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นประเพณีเก่าแก่ของที่นี่ ซึ่งทุกบ้านจะทำข้าวต้มลูกโยนเพื่อนำไปทำบุญตักบาตรเทโวฯ สำหรับท่านที่จะมาร่วมงานสามารถหาซื้อข้าวต้มลูกโยนได้ภายในวัดโดยทางกลุ่มแม่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่จะนำมาจำหน่าย



ด้านนายธนกฤต อัตถสัมปุณนะ รองนายก อบจ.สระบุรี กล่าวว่า งานนี้นายสัญญา  บุญหลง นายก อบจ.สระบุรี ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด

นายอรรถการณ์  จิตถวิล นายอำเภอเมืองสระบุรี กล่าวว่า การจัดขบวนแห่ได้เตรียมการแสดงสุดยิ่งใหญ่หลายขบวน ขบวนนางรำกว่าพันชีวิต ขบวนชาติพันธุ์ การแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดสระบุรี ในปีนี้ได้มีการตัดเตรียมไว้อย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ































วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี ศูนย์เหยี่ยวเวหาแห่งประเทศไทย(ดาวเงิน) จัดกิจกรรมแจกข้าวปรุงสุกขนมขบเคี้ยวน้ำเครื่องดื่มให้กับประชาชนเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร(รัชกาลที่ 9)

 ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร ผู้สื่อข่าวททบ.5 เสียงมหาชนออนไลน์ สระบุรี 080-008-9625


วันที่ 13 ตุลาคม 2567หน้าเซเว่นถนนเทศบาล 6 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี นาย ศุภกฤษณ์ รัตนะอาษา หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวเวหา(ดาวเงิน)และ น.ส พรทิพย์ พวงดอกไม้ เลขานุการ ศูนย์เหยี่ยวเวหาแห่งประเทศไทยพร้อมสมาชิกโดยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมแจกข้าวปรุงสุกขนมขบเคี้ยวน้ำและเครื่องดื่มให้กับประชาชน 



เนื่องในวันที่ 13 ต.ค ของทุกปี เนื่องคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมราช บรมนาถบพิตร(รัชกาลที่ 9) จึงได้มีการจัดกิจกรรมแจกข้าวปรุงสุก จำนวน 200 กล่อง น้ำดื่ม  24 โหลเครื่องดื่ม 24 โหลขนมขบเคี้ยวอีกเป็นจำนวนมาก มีชาวบ้านได้พาลูกเล็กเด็กแดงทยอยกันมาต่อแถวรับบริจาคกันเป็นจำนวนมาก



นาย ศุภกฤษณ์ รัตนอาษา  เล่าว่า  ในนามหัวหน้าชุดหน่วยบริการพิเศษ สมาคมดาวเงิน แล้วก็ท่านเลขาชมรมบริหารประเทศไทยสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้เนื่องในวันคล้ายวันสมเด็จสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 เราได้จัดแจกข้าวกล่องเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพลอดุลยเดช ซึ่งท่านสวรรคตไปแล้ว เรายังรำลึกนึกถึงในพระมาหากรุณาธิคุณเป็นพ้นๆ จะทำโรงทานเพื่อเป็นถวายพระราชกุศล  สำหรับการจัดงานในครั้งนี้นะครับด้วยความร่วมมือของทั้ง
2หน่วยงาน ปีนี้เป็นปีแรกครับ แล้วก็ปีต่อไปจะจัดแบบนี้อีกทุกๆปีนะครับ















วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี ตำรวจทางหลวง จับชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง ซุกเก๋ง 23 ราย อัดแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋อง

ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร ผู้สื่อข่าวททบ.5 เสียงมหาชนออนไลน์ สระบุรี 080-008-9625


 วันที่ 8 ตุลาคม 2567  พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด ได้สำรวจเส้นทาง โดยพบรถยนต์จำนวนประมาณ 2 คันขับขี่ผ่านมาด้วยความเร็วสูงและมีน้ำหนักที่รถยนต์มากกว่ารถยนต์ปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับขี่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดพบ รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA FORTUNER สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 8กฮ-884 กรุงเทพมหานคร  อีกคันเป็นนถยนต์ ยี่ห้อ MITSUBISHI XP Space Wagon สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ศส-6420 กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุด
 จากนั้นหยุดรถได้บริเวณ ทล.3222 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี



เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้วเบื้องต้นสอบถามชื่อชื่อ นายสุรกิจ วารี อายุ 45 ปี  ที่อยู่ 94/ช หมู่ที่ 5 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี  เป็นผู้ขับขี่รถฟอร์จูนเนอร์  เมื่อเปิดประตูออก ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่ามีคนโดยสารอยู่ภายนในรถ อีกจำนวน 1 2 คน นั่งโดยสารมาภายในรถ ขณะเดียวกัน ภายในรถสแปควาก้อน มีนายเจริญ พิมพ์ศิลาลัย อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 8 6305 84022 91 3 ที่อยู่ 362 หมู่ที่ 2 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พบมีคนโดยสารอยู่ภายใน อีก 11 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญรถยนต์คันดังกล่าวมาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สถานีตำรวจภูธรแก่งคอย ภ.จว.สระบุรี พบว่า ผู้โดยสารที่อยู่ภายใน  เป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดแสดง 
จากการสอบถาม นายสุรกิจ และ นายเจริญ ให้การยอมรับว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 16.00



น.ได้รับการประสานจากชายไทยชื่อเล่นนายไข่(ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง)ซึ่งเป็นคนรู้จัก ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 23 คน  ที่บริเวณ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทาง กรุงเทพมหานคร โดยได้ค่าจ้าง 800บาท/คน โดยผู้ว่าจ้าง ให้ไปส่งทั้งหมดที่กรุวเทพฯ โดยยังไม่ทราบปลายทาง รอผู้ว่าจ้างโทรมายอกว่าให้ไปส่งที่ไหน จากนั้นจึงสอบทั้ง 2 3 คน ผ่านล่ามแปลภาษา ให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติและเดินข้ามมา ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และจะมีคนพาออกมาขึ้นรถที่นำพา เพื่อจะเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 20,000 บาท 
 


 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จึงแจ้งข้อกล่าวหา นายสุรกิจ  และ นายเจริญ ผู้ขับขี่ ว่ลักลอบนำต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ส่วนชาวเมียนมา ทั้ง 23 เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งคอย ภ.จว.สระบุรี ดำเนินการตามกฎหมาย และผลักดันผู้ลับลอบเข้าเมืองกลับสู่ประเทศตนเองต่อไป















วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2567

สระบุรี ; องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีรับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม "วัฒนคุณาธร" ประจำปี 2567

 ภาพ-ข่าว จันทร์เพ็ญ พิมมะศร ผู้สื่อข่าวททบ.5 เสียงมหาชนออนไลน์ สระบุรี 080-008-9625


เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 นายสัญญา บุญ-หลง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี  มอบหมายให้ นางสาวนิภา  ประชีพ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี และนายรัศมิ์ธศิลป์ มูลสาร ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม อบจ.สระบุรี


และคณะเข้ารับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม "วัฒนคุณาธร" ประจำปี 2567 โดยมีนางสาวนิภา ประชีพฉาย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี รับมอบโล่รางวัล จากท่านสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร











 



















สระบุรีบูม! ผนึกกำลังจัด "TMS KIDS 2025" ดันมวกเหล็กสู่ฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬาสุดฮิตสำหรับครอบครัว

 ภาพ-ข่าว : จันทร์เพ็ญ พิมมะศร สระบุรี 080-008-9625 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568  ถือเป็นมิติใหม่ของวงการวิ่งเทรลเยาวชน เมื่อ Trail Masters Serie...